หน้าหลัก

ช่วยเหลือลิงเสมือนเพื่อนร่วมแผ่นดิน

 

 

                                      ช่วยเหลือลิงเสมือนเพื่อนร่วมแผ่นดิน

                             

                                                                        นายจารุพงศ์   พลเดช

                                                               ประธานมูลนิธิเพื่อลิงลพบุรี

                มีคนสอบถามผมหลายครั้งหลายหนว่า ทำไมจึงสนใจที่จะช่วยเหลือแต่ลิงลพบุรีอย่างเดียว  งานอื่นๆที่เป็นประโยชน์

แก่บ้านเมืองยังมีอีกหลายอย่าง  หลายฝ่ายก็เร่งรัดให้ผมเข้าไปช่วยทำ ทำไมไม่สนใจทำ

                ผมก็ถามตัวเองเหมือนกันว่าทำไม  ในชีวิตของผมได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับลพบุรีมา สองครั้งไม่ว่าจะเป็นโชคชะตาหรือ

พรหมลิขิต  ครั้งแรกได้มีโอกาสไปรับราชการเป็นปลัดอำเภอฝ่ายปกครองและพัฒนาอำเภอโคกสำโรงเพียง สาม เดือนก่อนไป

เป็นนายอำเภอคลองหาดจังหวัดสระแก้ว และครั้งที่สองได้มีโอกาสกลับมาเป็นผู้บริหารสูงสุดของจังหวัดในฐานะผู้ว่าราชการ

จังหวัดเป็นเวลาถึง สอง ปี ตลอดระยะเวลาที่อยู่ลพบุรีก็ได้พยายามที่จะสร้างความสมดุลและความสงบสุขให้แก่ลพบุรีอย่าง

สุดความสามารถซึ่งการกระทำนั้นผลตอบแทนมีทั้งชื่นชมและขมขื่นแต่ก็พยายามใช้คำขวัญที่ว่ามุ่งมั่น สร้างสรร  ร่วมกันพัฒนา

เป็นสำคัญแต่การเป็นนักปกครองใช่ว่าจะสร้างความรักแก่ทุกคน  คนที่เสียผลประโยชน์ก็เกลียดก็โกรธเป็นธรรมดา แต่หากส่วนใหญ่

ได้รับประโยชน์นักปกครองก็ต้องแบกภาระนั้นไป

 

                สำหรับลิงลพบุรี สมัยที่ผมรับราชการมีเรื่องราวมากมายที่ต้องเข้าไปแก้ปัญหาและมีความผูกพันกันมา เพื่อนผมคนหนึ่งที่

เข้ามาช่วยเหลืองานมูลนิธิเพื่อลิงลพบุรี  คุณธวัชชัย  โสตเนียม อดีตนายอำเภอเมืองลพบุรีเคยบอกผมว่า  ......ไม่มีใครรู้ว่าคนหรือลิง

อาศัยอยู่ในแผ่นดินนี้มาก่อนกัน....... ดังนั้นเราควรช่วยเหลือลิงเสมือนเป็นเพื่อนร่วมแผ่นดินจะดีกว่า และเสนอเป็นคำขวัญของมูลนิธิ

เพื่อลิงลพบุรีว่า ......ช่วยเหลือลิงเสมือนเพื่อนร่วมแผ่นดิน.....จะดีไหม    ท่านคิดว่าอย่างไร  แสดงความคิดเห็นได้นะครับหรือจำเป็น

ต้องประกวดคำขวัญด้วย  เชิญแสดงความคิดเห็นครับ..............

ชีวิตจริงลิงกับลา

                                                                                                                    นายจารุพงศ์   พลเดช

                                                                                                                                                                                                                                                                                                       ประธานมูลนิธิเพื่อลิงลพบุรี

 

                                        ชีวิตจริงลิงกับลาเป็นนิทานปรัมปราที่เล่าสู่กันฟังมาเป็นเวลานานนมกาเลแล้ว เป็นเครื่องเตือนใจ

ผู้คนมาในทุกยุคทุกสมัย.......สหายเอ๋ย...หากท่านปรารถนาที่จะฟัง จงนั่งลงแล้วลองสดับตรับฟังเถิด......นานกาเลมาแล้ว

มีเมืองเมืองหนึ่งมีความเจริญเป็นอันมาก มีผู้คนอาศัยอยู่กันอย่างหนาแน่น มากหน้าหลายตา ยิ่งคนมากเท่าใด แต่ละคนก็มี

นิสัยแตกต่างกันออกไป พฤติกรรมที่แสดงออกมาก็แตกต่างกัน บางคนซื่อตรง บางคนคดโกง บางคนเจ้าเลห์ไม่ได้กลก็เล่น

ด้วยมนต์คาถา..ขอให้ได้มาซึ่งอำนาจบารมี โดยไม่คำนึงถึงบาปบุญคุณโทษ แถมยังใช้อารมณ์ของตนเป็นหลักการตัดสินใจ

แต่อย่างไรก็ตามก็ไม่พ้นบ่วงของกรรมไปได้....อย่างที่เขาเล่าว่า คนเรานั้นย่อมเป็นไปตามกรรม กรรมเป็นกำเนิด และต้อง

ได้รับผลของกรรมในที่สุด....อนิจัง วัตสังขารา... 

                         มาเริ่มเรื่องเสียที...ในเมืองนี้มีหญิงสาวคนหนึ่งอาศัยอยู่ตัวคนเดียวในกระท่อมชายทุ่ง ด้วยความเหงา

จึงได้หาสัตว์เลี้ยงมาเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนสองตัวด้วยกัน คือ ลิงกับลา วันหนึ่งหญิงสาวต้องออกจากกระท่อมไปทำธุระของตนในเมือง

ก่อนออกจากบ้านเธอได้นำเชือกมาผูกคอลิงและมัดขาของลาไว้ทั้งสองข้าง เพื่อป้องกันมิให้สัตว์ทั้งสองเดินย่ำไปย่ำมาในกระท่อม

ของเธอ อันอาจจะทำให้ข้าวของเธอเสียหายได้ ทันทีที่หญิงสาวออกไปจากกระท่อม ลิงซึ่งมีความฉลาดและแสนซน ก็ค่อยคลาย

ปมเชือกออกจากคอของมัน และยังซุกซนไปแก้เชือกที่มัดขาให้กับลาอีกด้วย หลังจากนั้นลิงก็กระโดดโลดเต้นไปในกระท่อม

ทำลายทุกอย่างแม้กระทั้งเสื้อผ้าของหญิงสาว จนเสียหายเกือบหมดทั้งหลัง ขณะที่ลาก็ได้แต่ยืนมองการกระทำของลิงอยู่เฉยๆ

สักครู่เมื่อหญิงสาวกลับมา ลิงมองเห็นแต่ไกล ก็รีบเอาเชือกมาผูกคอตนไว้อย่างเดิมและอยู่อย่างสงบเสงี่ยม ฝ่ายหญิงสาวเมื่อมา

ถึงกระท่อม เห็นกระท่อมถูกทำลาย ก็หันไปมองลิงกับลา เพื่อดูว่าใครเป็นคนก่อเรื่อง เห็นว่าลิงไม่มีเชือกผูกดังเดิม เธอก็คิดว่าลา

เป็นคนก่อเรื่องจึงเอาท่อนไม้ทุบตีลาจนลานั้นสิ้นใจตายไปโดยไม่สามารถทำอะไรได้                                                                                                                    

                                          เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า น่าสงสารเจ้าลาที่ไม่ได้ทำผิดอะไรเลยแต่ต้องกลับมาตายเพราะความผิดของ

ลิงที่เป็นตัวต้นเหตุ หากมองให้ลึกลงไปก็ต้องมองที่ตัวหญิงสาวนั้น หากเธอใช้ความตั้งใจสังเกตซักนิด คิดตรองดูซักหน่อย..ก็จะพบว่า

ลาไม่มีปัญญาแก้เชือกได้อย่างแน่นอน และไม่มีนิสัยรื้อทำลายข้าวของ และหากสังเกตเพิ่มอีกนิดจะพบว่า ร่องรอยความเสียหายนั้น

จะเกิดจากฟันของลิงและมีรอยเท้าของลิงเต็มไปหมด เธอจะไม่พบรอยเท้าของลาเลยแม้แต่นิดเดียว  ดังนั้นการเป็นผู้นำคนนั้น

ต้องเป็นผู้นำที่ดี มีความรอบคอบ อย่าติดยึดกับความสบายรอแต่รับรายงาน ควรอกไปหาความจริงในพื้นที่เพื่อจะได้ทราบข้อเท็จจริง

ที่เป็นจริงแล้วค่อยตัดสินใจ ก็ยังไม่สายจนเกินไป เหมือนกับการควบคุมการกระทำของลิงให้อยู่กับร่องกับรอย มิฉะนั้นบ้านเมืองก็

จะปราศจากความสงบสุขร่มเย็น....นี้แหละครับ..ชีวิตจริงลิงกับลา.........

มีนักศึกษาจำนวน5คนจากคณะสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัย

                           

                           

วันที่4พ.ยมีนักศึกษาจำนวน5คนจากคณะสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏลพบุรีมาศึกษาดูงาน

ที่มูลนิธิเพื่อนำข้อมูลไปจัดนิทรรการในเดือนธันวาคม2557

มีผู้สื่อข่าวมาถ่ายทำและสัมภาษณ์

                          

                          

                          

 

วันที่3 พ.ย57 มีผู้สื่อข่าวมาถ่ายทำและสัมภาษณ์เลขานุการมูลนิธิ(นายมนัส วิมุกติพันธ์)เพื่อเผยแพร่ต่อไป