หน้าหลัก

ฐานะการเงินของมูลนิธิเพื่อลิงลพบุรี

 

ฐานะการเงินของมูลนิธิเพื่อลิงลพบุรี

 

                         นายสุวัฒน์   แสนทวี

                                    เหรัญญิกมูลนิธิเพื่อลิงลพบุรี

 

        ในเดือนมิถุนายน  พ.ศ  2558  มีผู้บริจาคเงินช่วยเหลือเป็นค่าอาหารลิงดังนี้

                วันที่  1   มิถุนายน  2558   บริจาค                 600     บาท

                วันที่  26  มิถุนายน  2558   บริจาค              1,000    บาท

                วันที่  29  มิถุนายน  2558   บริจาค                 500    บาท

                วันที่  30  มิถุนายน  2558   บริจาค                 500    บาท

                                                รวมยอดบริจาค          2,600    บาท

        ฐานะการเงินของมูลนิธิ  ณ.ปัจจุบันนี้  ( 2กรกฏาคม 2558  )มีเงินบริหารมูลนิธิในบัญชีออมทรัพย์จำนวน  221,851.80  บาท  มีบัญชีในยอดฝากประจำ ซึ่งเป็นเงินคงคลังตามระเบียบของมูลนิธิจำนวน  500,000  บาท มีดอกเบี้ย  23,547.86 บาท รวมปัจจุบัน  ( 2กรกฏาคม  2558  ) มูลนิธิเพื่อลิงลพบุรีมีเงินอยู่  745,399.66  บาทครับ

        มูลนิธิเพื่อลิงลพบุรีขอกราบขอบพระคุณผู้ที่ได้บริจาคเงินและสนับสนุนของมูลนิธิมาโดยตลอดและขอสัญญาว่าจะนำเงินทุกบาททุกสตางค์ไปใช้เพื่อประโยชน์ของลิงโดยแท้จริง

 

                        จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ.....

ทำไมถึงมีลิงอยู่ในเมืองลพบุรี

ทำไมถึงมีลิงอยู่ในเมืองลพบุรี

                                                      

 

                                                                              นายจารุพงศ์   พลเดช

                                                                                ประธานมูลนิธิเพื่อลิงลพบุรี

 

หลายคนแปลกใจว่า  ทำไมลิงถึงได้มาอยู่ในเมืองลพบุรีได้ มีความเป็นมาอย่างไร สอบถามใครๆก็หาคนทราบยากว่า ลิงมาอยู่ที่เมืองลพบุรีได้อย่างไร และลิงยังอยู่กันอย่างเหนียวแน่นเป็นพันๆตัวในเขตเมืองเก่าลพบุรี

        เพื่อขยายความเกี่ยวกับเรื่องนี้ผมจึงไปค้นคว้ามาได้กระแสหนึ่งจากตำนาน จามเทวีวงค์ และตำนานมูลศาสนา  พบว่าลิงที่มาอยู่ในเมืองลพบุรี น่าจะเป็นลิงที่มากับพระนางเจ้าจามเทวีจากทางภาคเหนือเมื่อ  1,335 ปีก่อน โดยสุเทวะฤาษี ได้สร้างแพยนต์ ส่งเจ้าหญิงจามเทวี จากทางภาคเหนือของไทย ลงมาตามลำน้ำมาถึงกรุงละโว้ (จังหวัดลพบุรีในปัจจุบัน ) และพระเจ้าจักวัติผู้ครองกรุงละโว้ ได้รับเจ้าหญิงเป็นราชธิดา  จากตำนานได้เล่าว่า  พระสุเทวะฤาษีได้ให้พญากากะวานรพร้อมด้วยบริวารจำนวน  35  ตัวโดยสารแพมาด้วย เพื่อช่วยเหลือเจ้าหญิงจามเทวีเกี่ยวกับการกินการอยู่  เป็นบริวารและหาอาหารตลอดจนรักษาความปลอดภัยให้แก่เจ้าหญิงในระหว่างเดินทาง  จึงน่าเชื่อได้ว่า ต้นตะกูลของลิงลพบุรีในปัจจุบันนั้น น่าจะสืบเชื้อสายมาจากพญากากะวานรและบริวารทั้ง  35  ตัวนั้นเป็นแน่แท้ ที่มาอยู่ในปี  พ ศ  1190

 

        นี้เป็นเบาะแสอีกทางหนึ่ง หากท่านใดมีความเป็นมาของลิงลพบุรี ที่ชัดเจนกว่านี้ กรุณาเล่าแจ้งแถลงไขมาได้นะครับ.......................   ผมยินดีรับฟังเสมอ.....

ปกครองเมืองหริภุญชัย

 

ปกครองเมืองหริภุญชัย

                                                                                                         นายจารุพงศ์   พลเดช

                                                                                                      ประธานมูลนิธิเพื่อลิงลพบุรี

ตอนที่  3  ต่อจากพระนางเจ้าจามเทวีกับจังหวัดลพบุรี

            เมื่อประมาณปี  พ. ศ 1202 สุกกทันตฤาษีซึ่งเป็นสหายกับสุเทวฤาษี ได้เดินทางมาขอพระนางเจ้าจามเทวีจากพระเจ้ากรุงละโว้เพื่อไปเป็นกษัตริย์ปกครองเมืองใหม่ที่สุกกทันตฤาษีและสุเทวฤาษีได้สร้างขึ้นใหม่  เมื่อพระนางได้ปรึกษากับพระบิดาและพระสวามีแล้ว  ทั้งสองพระองค์ต่างก็อนุญาต  พระนางจึงเดินทางออกจากเมืองละโว้  (จังหวัดลพบุรีในปัจจุบัน  ) ตามคำทูลเชิญของพระฤาษี

            ในตำนานเทวีวงค์ได้กล่าวเพิ่มต่างไปว่า เวลานั้นเจ้าชายรามราชได้ออกบวชเสียแล้ว  พระนางจึงอยู่ในฐานะไร้พระสวามี ทางลำพูนจึงส่งสาสน์มาทูลขอ และทางตำนานมุขปาฐะได้กล่าวที่ได้ทรงรับครองเมืองลำพูนเพราะเมืองลำพูนกำลังเดือดร้อนด้วยขาดผู้นำและพระนานได้ระลึกถึงพระคุณท่านสุเทวฤาษีที่เคยชุบเลี้ยงมาแต่ก่อน

            การเดินทางจากกรุงละโว้ไปสู่เมืองลำพูนนั้น  พระนางได้เชิญพระเถระ  500  รูปหมู่ประขาวทั้งหลายที่ตั้งอยู่ในเบญจศีล  500  คน บัณฑิต  500  คน หมู่ช่างแกะสลัก  500  คน  ช่างแก้วแหวน  500  คน พ่อเลี้ยง  500  คน แม่เลี้ยง  500  คน หมอโหรา  500  คน หมอยา  500  คน ช่างเงิน  500  คน  ช่างทอง  500  คนช่างเหล็ก  500  คน  ช่างเขียน  500  คน หมู่ช่างต่างๆอีก  500  คน ไปด้วย โดยล่องเรือไปตามลำน้ำปิง เป็นระยะเวลานานถึง  7  เดือนและพระนางได้เชิญพระพุทธรูปสำคัญ  2  องค์คือพระแก้วขาว  ซึ่งเชื่อว่าเป็นองค์เดียวกันที่ประดิษฐาน  ณ.  วัดเชียงมั่นจังหวัดเชียงใหม่ในปัจจุบัน  2.พระรอดหลวง ซึ่งประดิษฐานที่วัดมหาวันจังหวัดลำพูน

 

            เมื่อเดินทางถึงเมืองหริภุญชัยแล้วสุเทวฤาษีและสุกกทันตฤาษีจึงกระทำพิธีราชาภิเษกพระนางขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งหริภุญชัยทรงพระนามว่า    พระนางเจ้าจามเทวี  บรมราชินี  ศรีสุริยวงค์ องค์บดินทร์ ปิ่นธานีหริภุญชัย

ศึกชิงนาง

                                      

ศึกชิงนาง

                                                                        นายจารุพงศ์  พลเดช

                                                                     ประธานมูลนิธิเพื่อลิงลพบุรี

ตอนที่  2  ต่อจากพระนางเจ้าจามเทวีกับจังหวัดลพบุรี

          เจ้าหญิงจามเทวีได้เสด็จประทับอยู่ในราชสำนัก กรุงลวปุระมาจนมีพระชนมายุได้  20  พรรษา  ปรากฏว่ามี พระสิริโฉม งดงามเป็นที่เลื่องลือ ดังคำกล่าวในตำนานว่า....ดวงพระพัตรเป็นรูปไข่  พระเนตรดำซึ้งเป็นแวววาวและต้องผู้ใดแล้วยังผู้นั้นให้ งง งวย ไปด้วยพิษเสน่หา  พระขนงโก่งเรียวยาวประดุจคันธนูขณะน้าวสาย  พระนาสิกโด่งคมสันรับกับพระพัตร  ริมพระโอษฐ์แดงระเรื่อดุจชาดป้าย  พระทนต์เรียบขาวสะอาดเป็นเงางามดุจไข่มุก  ขณะยุรยาตรพระวรกายอันอ่อนไหวให้ชวนพิศ  เวลาก้าวพระบาทนั้นประดุจพระนางหงส์ เมื่อเยี่ยงย่างกาย พระวรกายหอมดังกลิ่นดอกบัวหลวง หาสตรีใดเทียบมิได้

          เมื่อพระนางเจ้าจามเทวีมีพระชนมายุได้  20  พรรษา พระเจ้ากรุงละโว้จึงได้กระทำพิธีหมั้นหมายพระนางไว้กับเจ้าชายรามราชแห่งเมืองรามบุรี แต่ด้วยกิติศัพท์ความงดงามของพระนาง ทำให้เจ้าชายแห่งเมืองโกสัมพี (เชื่อว่าคืออานาจักรมอญหรือพม่าในเวลานั้น ) ได้ส่งบรรณาการมาสู่ขอ เมื่อได้รับการปฏิเสธ จึงแค้นพระทัย และได้ยกเข้าต่อรบกับกรุงละโว้เพื่อชิงพระนางเจ้าจามเทวี

          ตามตำนานกล่าวว่ากองทัพฝ่ายโกสัมพีมีจำนวนมากกว่า  กองทัพละโว้จึงประสบความปราชัย  ฝ่ายขุนนางก็ปรึกษากันว่าจำต้องยอมรับไมตรีเพราะสู้ไม่ได้  แต่พระนางกลับตัดสินพระทัยที่จะรบ  โดยพระนางจะเป็นผู้นำทัพเอง  โยจัดทัพหญิง  500  คน  ชาย  1000  คน และกำลังจากเมืองพันธ์มิตรเข้าทำการรบ  ล่อทัพข้าศึกเข้ามาในที่แคบแล้วตีขนาบ ทำให้กองทัพทั้งสองฝ่ายเสียหายอย่างหนัก  พระนางจึงตัดสินพระทัยให้ให้นายทัพแต่ละฝ่ายเข้าดวลอาวุธกันตัวต่อตัว  ตัวพระนางเองดวลอาวุธกับเจ้าชายแห่งโกสัมพีจนได้รับชัยชนะ  เจ้าชายจึงเชือดพระศอพระองค์เองด้วยขัตติยมานะ  กองทัพเมื่อเสียจอมทัพจึงยอมแพ้

 

          ตำนานได้ระบุว่า สงครามเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ 1196 และการอภิเษกนั้นได้มีขึ้นในอีก  2  ปีถัดมา...