ข้อบังคับมูลนิธิ

 

                          ข้อบังคับ

 

                                   มูลนิธิเพื่อลิงลพบุรี

.........................................................................................................

                                   หมวดที่ ๑

                 ชื่อเครื่องหมายและสำนักงานที่ตั้ง

ข้อ ๑      มูลนิธินี้มีชื่อว่า  มูลนิธิเพื่อลิงลพบุรี

              ย่อว่า L.M.F เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า LOPBURI MONKEY FOUNDATION

ข้อ ๒      เครื่องหมายของมูลนิธิเป็นรูปพระปรางค์สามยอด มีรูปลิงอยู่ภายใน ด้านล่างรูปเป็นอักษรย่อ 

  ว่า LMF ถัดมามีคำว่า  มูลนิธิเพื่อลิงลพบุรี บรรทัดสุดท้ายมีอักษรภาษาอังกฤษคำว่า  

  LOPBURI MONKEY FOUNDATION

เครื่องหมายนี้คือ เทวสถานรูปพระปรางค์สามยอด ซึ่งเป็นโบราณสถานสมัยขอม อยู่ภายในจังหวัดลพบุรี ตรงกลางมีรูปลิงแสมเดินอยู่กลางพระปรางค์ ตัวหนังสือย่อ LMF  

L   คือ  Lopburi (ชื่อจังหวัด) 

M คือ  Monkey (ลิง) 

F   คือ   Foundation (มูลนิธิ)

                                                                                                  /ข้อ ๓...

 

ข้อ ๓      สำนักงานใหญ่ของมูลนิธิตั้งอยู่ที่๒๔ ถนนพระยากำจัด ตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี         

  จังหวัดลพบุรี

            สำนักงานสาขาตั้งอยู่ที่ -

                                                     หมวดที่ ๒

                                                   วัตถุประสงค์

ข้อ ๔      วัตถุประสงค์ของมูลนิธินี้ คือ

              ๔.๑  ช่วยเหลือดูแลรักษาด้านสุขภาพของลิง

              ๔.๒  ช่วยเหลือด้านอาหารและน้ำดื่มของลิง

              ๔.๓  ช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยของลิง

              ๔.๔  ช่วยเหลือด้านอื่นๆ ที่จำเป็น

              ๔.๕  เพื่อดำเนินการหรือร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณประโยชน์

              ๔.๖  ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด

                                                       หมวดที่ ๓

                               ทุนทรัพย์ ทรัพย์สินและการได้มาซึ่งทรัพย์สิน

ข้อ ๕      ทรัพย์สินของมูลนิธิมีทุนแรกเริ่ม คือ

เงินสดจำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท(ห้าแสนบาท)

เงินสดเพื่อบริหารกิจการ จำนวน ๒๑๒,๖๙๒.๒๓ บาท (สองแสนหนึ่งหมื่นสองพันหกร้อยเก้าสิบสองบาทยี่สิบสามสตางค์)

 

                                                                                             /ข้อ ๖...

 

ข้อ ๖      มูลนิธิอาจได้มาซึ่งทรัพย์สิน โดยวิธีต่อไปนี้

๖.๑  เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้ยกให้ ให้โดยพินัยกรรมหรือนิติกรรมอื่นๆ โดยมิได้มีเงื่อนไขผูกพันให้มูลนิธิต้องรับผิดชอบในหนี้สินหรือภาระติดพันอื่นใด

  ๖.๒  เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคให้

  ๖.๓  ดอกผลซึ่งเกิดจากทรัพย์สินของมูลนิธิ

  ๖.๔  รายได้อันเกิดจากการจัดกิจกรรมของมูลนิธิ

 

                                            หมวดที่๔

                คุณสมบัติและการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการ

ข้อ ๗      กรรมการของมูลนิธิ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

              ๗.๑  มีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๐ ปี บริบูรณ์

              ๗.๒  ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ

              ๗.๓  ไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก เว้นแต่จะได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ

ข้อ ๘      กรรมการของมูลนิธิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

              ๘.๑  ถึงคราวออกตามวาระ

              ๘.๒  ตายหรือลาออก

              ๘.๓  ขาดคุณสมบัติตามข้อบังคับ ข้อ ๗

              ๘.๔  เป็นผู้มีความประพฤติและปฏิบัติตนเป็นที่เสื่อมเสีย และคณะกรรมการของมูลนิธิมีมติ

                                                                                                                                /ให้ออก...

 

  ให้ออก โดยมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของคณะกรรมการมูลนิธิ

 

                                                     หมวดที่ ๕

                               การดำเนินงานของคณะกรรมการมูลนิธิ

ข้อ ๙      มูลนิธินี้ดำเนินการโดยคณะกรรมการของมูลนิธิ มีจำนวนไม่น้อยกว่า ๓ คน แต่ไม่เกิน ๔๐ คน

ข้อ ๑๐   คณะกรรมการของมูลนิธิ ประกอบด้วย ประธานกรรมการมูลนิธิ รองประธานกรรมการมูลนิธิ   

  เลขานุการมูลนิธิ เหรัญญิกและกรรมการอื่นๆ ตามจำนวนที่เห็นสมควร ตามข้อบังคับ ข้อ ๙

ข้อ ๑๑   การแต่งตั้งกรรมการมูลนิธิให้ปฏิบัติดังนี้  ให้คณะกรรมการมูลนิธิชุดที่ดำรงตำแหน่งอยู่  

  แต่งตั้งประธานกรรมการมูลนิธิและกรรมการอื่นๆตามจำนวนที่เห็นสมควรตามข้อบังคับ

ข้อ ๑๒  กรรมการมูลนิธิอยู่ในตำแหน่งคราวละ ๔ ปี

ข้อ ๑๓   การแต่งตั้งคณะกรรมการของมูลนิธิ ให้ถือเสียงข้างมากของที่ประชุมคณะกรรมการของมูลนิธิ

  เป็นมติของที่ประชุม

ข้อ ๑๔  กรรมการของมูลนิธิที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระ อาจได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการมูลนิธิ

  ได้อีก

ข้อ ๑๕  ในกรณีที่คณะกรรมการของมูลนิธิพ้นจากตำแหน่ง ให้คณะกรรมการของมูลนิธิที่พ้นจาก

ตำแหน่ง ปฏิบัติหน้าที่กรรมการของมูลนิธิต่อไป จนกว่ามูลนิธิจะได้รับแจ้งการจดทะเบียน กรรมการของมูลนิธิตั้งใหม่

                                                                                                                  /หมวด ๖...

 

                                                       หมวดที่ ๖

                                  อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการมูลนิธิ

ข้อ ๑๖  คณะกรรมการของมูลนิธิมีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินกิจการของมูลนิธิ  ตามวัตถุประสงค์ของ

  มูลนิธิ  และภายใต้ข้อบังคับนี้ให้มีอำนาจหน้าที่ต่างๆ ดังต่อไปนี้

              ๑๖.๑  กำหนดนโยบายของมูลนิธิและดำเนินการตามนโยบายนั้น

              ๑๖.๒  ควบคุมการเงินและทรัพย์สินต่างๆ ของมูลนิธิ

              ๑๖.๓  เสนอรายงานกิจการ รายงานการเงิน และบัญชีรายรับ-รายจ่ายต่อนายทะเบียน

              ๑๖.๔  ดำเนินการให้เป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิและวัตถุประสงค์ของ

              ข้อบังคับนี้

  ๑๖.๕  ตราระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของมูลนิธิ

  ๑๖.๖  แต่งตั้งหรือถอดถอนคณะอนุกรรมการขึ้นคณะหนึ่งหรือหลายคณะ เพื่อดำเนินการ

 เฉพาะอย่างของมูลนิธิภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการมูลนิธิ

  ๑๖.๗ เชิญผู้ทรงคุณวุฒิหรือบุคคลที่ทำประโยชน์ให้มูลนิธิเป็นพิเศษ เป็นกรรมการกิตติมศักดิ์

  ๑๖.๘  เชิญผู้ทรงเกียรติเป็นผู้อุปถัมภ์มูลนิธิ

  ๑๖.๙  เชิญผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการมูลนิธิ

  ๑๖.๑๐  แต่งตั้งหรือถอดถอนเจ้าหน้าที่ประจำของมูลนิธิ มติให้ดำเนินการตามข้อ ๑๖.๗ 

   ๑๖.๘ และ ๑๖.๙ ต้องเป็นมติเสียงข้างมากของที่ประชุมและที่ปรึกษาตามข้อ ๑๖.๙

                ย่อมเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการมูลนิธิที่เชิญเท่านั้น

                                                                                                               /ข้อ ๑๗...

 

ข้อ ๑๗  ประธานกรรมการมูลนิธิ มีอำนาจหน้าที่ดังนี้

              ๑๗.๑  เป็นประธานของคณะกรรมการมูลนิธิ

              ๑๗.๒  สั่งเรียกประชุมคณะกรรมการของมูลนิธิ

              ๑๗.๓  เป็นผู้แทนของมูลนิธิในการติดต่อกับบุคคลภายนอก หรือการลงลายมือชื่อในเอกสาร

              ข้อบังคับและสรรพหนังสืออันเป็นหลักฐานของมูลนิธิ เมื่อประธานกรรมการมูลนิธิ

  หรือกรรมการของมูลนิธิผู้ได้รับมอบหมายให้ทำการแทนได้ลงลายมือชื่อแล้ว เป็นอัน

  ใช้ได้

ข้อ ๑๘   ให้รองประธานกรรมการมูลนิธิทำหน้าที่แทนประธานกรรมการมูลนิธิ เมื่อประธานไม่สามารถ

   ปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือกรณีประธานกรรมการมูลนิธิมอบหมายให้ทำการแทน

ข้อ ๑๙   ถ้าประธานกรรมการมูลนิธิและรองประธานมูลนิธิไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในการประชุม

   คราวหนึ่งคราวใดได้ ให้ที่ประชุมเลือกตั้งคณะกรรมการมูลนิธิคนหนึ่งคนใดเป็นประธาน

   สำหรับการประชุมคราวนั้น

ข้อ ๒๐   เลขานุการมูลนิธิมีหน้าที่ ควบคุมกิจการและดำเนินการประชุมของมูลนิธิ ติดต่อประสานงาน

   ทั่วไป รักษาระเบียบข้อบังคับของมูลนิธิ นัดประชุมตามคำสั่งของประธานกรรมการมูลนิธิ

   ทำรายงานการประชุมตลอดจนรายงานกิจการของมูลนิธิ

ข้อ ๒๑   เหรัญญิกมีหน้าที่ ควบคุมการเงิน ทรัพย์สินของมูลนิธิ ตลอดจนบัญชีเอกสารที่เกี่ยวข้อง   

   ให้ถูกต้องและเป็นระเบียบตามที่คณะกรรมการมูลนิธิกำหนด

                                                                                                             /ข้อ ๒๒...

 

ข้อ ๒๒   สำหรับกรรมการตำแหน่งอื่นๆ ให้มีหน้าที่ตามที่คณะกรรมการมูลนิธิกำหนด โดยทำเป็น

   คำสั่งระบุอำนาจหน้าที่ชัดเจน

 

                                                      หมวดที่ ๗

                                                     อนุกรรมการ

ข้อ ๒๔  คณะอนุกรรมการของมูลนิธิอาจแต่งตั้งหรือถอดถอนอนุกรรมการได้ตามความเหมาะสม   

  โดยจะแต่งตั้งให้เป็นอนุกรรมการประจำ หรือเพื่อการใดเป็นกรณีพิเศษเฉพาะคราวก็ได้    

  และในกรณีที่คณะกรรมการมูลนิธิไม่ได้แต่งตั้งประธานอนุกรรมการ เลขานุการ                

  หรืออนุกรรมการโดยตำแหน่งอื่นไว้ ก็ให้อนุกรรมการและคณะแต่งตั้งกันเองดำรงตำแหน่ง

  ดังกล่าวได้

ข้อ ๒๕  อนุกรรมการอยู่ในตำแหน่งจนกว่าจะเสร็จงานที่ได้รับมอบหมายให้กระทำ

              ส่วนคณะอนุกรรมการประจำ อยู่ในตำแหน่งตามเวลาที่คณะกรรมการมูลนิธิกำหนด ซึ่งถ้า

              มิได้กำหนดไว้ก็ให้อยู่ในตำแหน่งเพียงเท่าวาระของคณะกรรมการของมูลนิธิซึ่งเป็นผู้แต่งตั้ง

  คณะอนุกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งอาจได้รับการแต่งตั้งได้อีก

              ๒๕.๑  อนุกรรมการมีหน้าที่ดำเนินการตามที่คณะกรรมการของมูลนิธิมอบหมาย

              ๒๕.๒  อนุกรรมการมีหน้าที่เสนอความคิดเห็นต่อคณะกรรมการของมูลนิธิเกี่ยวกับงาน       

  ที่ได้รับมอบหมาย

                                                                                                             /หมวด ๘...

 

                                                      หมวดที่ ๘

                                     การประชุมคณะกรรมการของมูลนิธิ

ข้อ ๒๖  คณะกรรมการของมูลนิธิจะต้องจัดให้มีการประชุมสามัญประจำปีทุกๆ ปี ภายในเดือน

  มีนาคม และต้องมีกรรมการของมูลนิธิเข้าประชุมอย่างน้อยกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการ

  ทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม

ข้อ ๒๗  การประชุมวิสามัญอาจมีได้เมื่อประธานกรรมการมูลนิธิ หรือเมื่อคณะกรรมการของมูลนิธิ

  ตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไป แสดงความประสงค์ไปยังประธานกรรมการมูลนิธิหรือผู้ทำการแทน ขอให้มี

  การประชุม ก็ให้เรียกประชุมวิสามัญได้

ข้อ ๒๘  กำหนดการประชุมและองค์ประชุมของคณะกรรมการให้เป็นไปตามคณะกรรมการของมูลนิธิ

  กำหนดไว้ ในส่วนที่เกี่ยวกับองค์ประชุมให้ใช้ข้อ ๒๗ บังคับโดยอนุโลม

ข้อ ๒๙  ในการประชุมคณะกรรมการของมูลนิธิหรือคณะอนุกรรมการ หากมิได้มีข้อบังคับกำหนดไว้

 เป็นอย่างอื่น  มติของที่ประชุมให้ถือเอาเสียงข้างมาก  ในกรณีที่มีคะแนนเสียงเท่ากัน              

 ให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด  กิจการใดอันเป็นงานประจำหรือเป็นกิจการเล็กน้อย  

 ประธานกรรมการมูลนิธิมีอำนาจสั่งให้เป็นวิธีสอบถามมติทางหนังสือแทนการเรียกประชุม

   คณะกรรมการของมูลนิธิ แต่ประธานกรรมการมูลนิธิต้องรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการ

   มูลนิธิในคราวต่อไปถึงมติและกิจการที่ได้ดำเนินการไปตามมตินั้น  กิจการใดเป็นงานประจำ

   หรือเป็นกิจการเล็กน้อยหรือไม่ ย่อมอยู่ในดุลยพินิจของประธานกรรมการมูลนิธิ

                                                                                                                     /ข้อ ๓๐...

 

ข้อ ๓๐   ในการประชุมคณะกรรมการของมูลนิธิหรือคณะอนุกรรมการ ประธานกรรมการ ประธาน

  กรรมการมูลนิธิหรือประธานที่ประชุมมีอำนาจเชิญหรืออนุญาตให้บุคคลอันเห็นสมควร     

  เข้าร่วมประชุมในฐานะแขกผู้มีเกียรติหรือผู้สังเกตการณ์หรือเพื่อชี้แจงหรือเพื่อให้คำปรึกษา

  แก่ที่ประชุมได้

 

                                                      หมวดที่ ๙

                                                       การเงิน

ข้อ ๓๑   ประธานกรรมการมูลนิธิหรือรองประธานกรรมการมูลนิธิในกรณีที่ทำหน้าที่แทน มีอำนาจสั่ง

  จ่ายเงินได้คราวละไม่เกิน – บาท  ถ้าเกินจำนวนดังกล่าวต้องได้รับอนุมัติจากกรรมการ     

  ของมูลนิธิโดยเสียงข้างมาก เว้นแต่กรณีจำเป็นและเร่งด่วน ให้อยู่ในดุลยพินิจของประธาน

  กรรมการมูลนิธิที่จะอนุมัติ

ข้อ ๓๒  เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดได้ครั้งละไม่เกิน – บาท

ข้อ ๓๓  เงินสดของมูลนิธิหรือเอกสารสิทธิต้องนำฝากไว้กับธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่นใดแล้วแต่

  คณะกรรมการของมูลนิธิจะเห็นสมควร

ข้อ ๓๔  การสั่งจ่ายเงินโดยเช็คหรือตั๋วสั่งจ่ายเงิน จะต้องมีลายเซ็นของประธานกรรมการมูลนิธิ     

  หรือผู้ทำการแทนกับเลขานุการหรือเหรัญญิกลงนามทุกครั้งจึงจะเบิกจ่ายได้

ข้อ ๓๕  การจ่ายเงินตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ รวมทั้งค่าใช้จ่ายประจำสำนักงานให้จ่ายดอกผลอัน

                                                                                                               /เกิดจากทรัพย์สิน...

 

เกิดจากทรัพย์สินที่เป็นเงินทุนที่ผู้บริจาคมิได้แสดงเจตนาให้เป็นเงินทุนสมทบโดยเฉพาะ                   

และรายได้อันเกิดจากการจัดกิจกรรมของมูลนิธิ

ข้อ ๓๖  ให้คณะกรรมการของมูลนิธิวางระเบียบเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี และทรัพย์สินของมูลนิธิ

  ตลอดจนกำหนดอำนาจหน้าที่ต่างๆ เกี่ยวกับการรับและจ่ายเงินนอกเหนือจากที่กำหนดไว้  

  ในข้อบังคับ

ข้อ ๓๗  ให้คณะกรรมการของมูลนิธิกำหนดรอบระยะเวลาบัญชีและจัดทำรายงานสถานะการเงิน

  ของมูลนิธิในรอบระยะเวลาบัญชีที่ผ่านมา เสนอต่อที่ประชุมในการประชุมสามัญประจำปี

 

                                                      หมวดที่ ๑๐

                                  การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของมูลนิธิ

ข้อ ๓๘   การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับจะกระทำได้ โดยเฉพาะที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ      

   ซึ่งต้องมีกรรมการของมูลนิธิเข้าประชุมไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมด  

   และการอนุมัติให้แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสาม

   ของจำนวนกรรมการที่เข้าประชุม

 

                                                     หมวดที่ ๑๑

                                                  การเลิกมูลนิธิ

ข้อ ๓๙   ถ้ามูลนิธิต้องล้มเลิกไปโดยมติของคณะกรรมการ หรือโดยเหตุผลใดก็ตาม ทรัพย์สินทั้งหมด

                                                                                                                        /ของมูลนิธิ...

  ของมูลนิธิที่เหลืออยู่ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่ มูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ

ข้อ ๔๐   การสิ้นสุดของมูลนิธินั้น นอกจากที่กฎหมายบัญญัติไว้แล้ว ให้มูลนิธิเป็นอันสิ้นสุดลง โดยมิ

              ต้องให้ศาลสั่งเลิกด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

              ๔๐.๑  เมื่อมูลนิธิได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลแล้วไม่ได้รับทรัพย์                     

              ตามคำมั่นเต็มจำนวน

              ๔๐.๒  เมื่อกรรมการของมูลนิธิจำนวนสองในสามมีมติให้ยกเลิก

              ๔๐.๓  เมื่อมูลนิธิไม่อาจหากรรมการได้ครบตามจำนวนกรรมการที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ    

              ของมูลนิธิ

              ๔๐.๔  เมื่อมูลนิธิไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด

 

                                                        หมวดที่ ๑๒

                                                         เบ็ดเตล็ด

ข้อ ๔๑   การตีความข้อบังคับของมูลนิธิ หากเป็นที่สงสัย ให้คณะกรรมการของมูลนิธิโดยเสียงข้าง

   มากของจำนวนกรรมการที่มีอยู่เป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ ๔๒  ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมูลนิธิมาบังคับใช้               

   ในเมื่อข้อบังคับของมูลนิธิไม่ได้กำหนดไว้

                                             

 ลงนาม......................................................ผู้จัดทำข้อบังคับ

                                                                 

                                                       

                   (นายจารุพงศ์  พลเดช)                                                                                 

 

                                                     

           ประธานกรรมการมูลนิธิเพื่อลิงลพบุรี