หน้าหลัก

ทำไมลิงจึงกลัวจระเข้

                                   

                                                    ทำไมลิงจึงกลัวจระเข้                                                                                                                               

 

                                                            นายจารุพงศ์    พลเดช

 

                                                                               ประธานมูลนิธิเพื่อลิงลพบุรี            

 

 

 

 

                              มีอยู่ในยุคสมัยหนึ่งในจังหวัดลพบุรี ที่มีคนเอาตุ๊กตาจระเข้ มาวางไว้บนหลังคารถยนต์ของตนเอง

ทำให้ลิงลพบุรีไม่กล้าเข้ามารบกวน จนเป็นข่าวเกรียวกราวไปทั่วประเทศเลยทีเดียว แต่ก็พักเดียว ลิงลพบุรีก็ปรับตัว

ด้วยการเรียนรู้ เลิกกลัวตุ๊กตาจระเข้ไปในที่สุด นี้แหละลิง ลูกศิษย์เจ้าพ่อพระกาฬลพบุรี แต่อย่างไรก็ตาม ก็มีความเป็น

มาอยู่บ้าง จากการบอกเล่าสืบต่อกันมา นานกาเลแล้ว เกี่ยวกับเรื่องลิงและจระเข้นี้อยู่นิสัยไม่ดี

                                มีคนเล่าสืบต่อกันมาว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีลิงกับจระเข้ เคยเป็นเพื่อนรักกัน ถ้อยทีถ้อยอาศัย

อยู่ในป่าเดียวกันมาเป็นเวลานานแล้ว จนวันหนึ่งได้ตกลงกันว่า จะแลกเปลี่ยนอาหารการกินระหว่างกัน จระเข้ก็อยากกิน

ผลไม้นานาชนิดบ้างเพื่อเปลี่ยนรสชาติ ส่วนลิงเองก็อยากกิน กุ้ง หอย ปูปลา บ้าง เช่นกัน เมื่อทำการตกลงกันแล้วก็เริ่มปฏิบัติ

แลกเปลี่ยนอาหารต่อกันมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ทุกอย่างก็ราบรื่นดี สมประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ต่างก็มีความสุขกันดี อยู่มาวันหนึ่ง

ลิงซึ่งเป็นสัตว์รู้มาก ชอบเอาเปรียบคนอื่นเขา เห็นแก่ตัว พยายามบ่ายเบี่ยงไม่ยอมเก็บผลไม้ให้จระเข้เช่นเคย หากจำเป็นต้องทำ

ก็ทำอย่างเสียไม่ได้ โดยเอาผลไม้เน่า ๆ หรือใกล้จะเสียไปให้จระเข้กิน ส่วนจระเข้ก็ปฏิบัติตามสัญญาที่ให้กับเพื่อนไว้มาโดยตลอด

เป็นอันว่าลิงก็ได้กินกุ้ง หอย ปู ปลาที่สด สะอาดเสมอโดยตลอดมา แต่จระเข้ก็พยายามอดกลั้นเพื่อมิตรภาพร่วมกันสืบไป อยู่มาวันหนึ่ง

จระเข้คิดที่จะสั่งสอนให้ลิงได้รู้สำนึก ในการที่มีนิสัยเสีย ไม่รักษาคำมั่นสัญญาเสียบ้าง จึงเอ่ยปากว่า

                                ลิงเพื่อนรัก วันนี้เราไปหาปลาสดกินกันไหม

                               ไปซิ เรากำลังอยากอยู่พอดีเลย     ลิงตอบด้วยความดีใจ

                               ตกลง เพื่อนลงมาเลย นั่งไปบนหลังข้าแล้วเราจะได้ไปกัน     จระเข้ว่า

                                ได้ ไปกันเลย   ลิงกล่าวด้วยความลิงโลดที่จะได้กินปลาสดอีกครั้ง แล้วรีบลงจากต้นไม้มานั่งหลังจระเข้

ทันที เมื่อจระเข้ที่มีลิงนั่งอยู่บนหลัง พาลิงไปถึงกลางน้ำ  ก็พลิกตัวดำดิ่งลงไปใต้น้ำทันที ทำให้ลิงซึ่งว่ายน้ำไม่เป็นต้องจม

ลงไปใต้น้ำด้วย ทำให้ลิงสำลักน้ำ และกำลังจะจมน้ำลงไปอีก  ลิงจึงว่า

                               เพื่อน ทำไมทำกับเราแบบนี้ เราจะตายอยู่แล้วน่ะ   ลิงระล่ำระลักว่า

                               เวลาจะตาย เพื่อนยังมาถามเราอีกหรือ เพื่อนทำไมไม่รักษาสัญญา เราได้ตกลงแลกเปลี่ยนอาหารซึ่ง

กันและกันแต่เพื่อนกลับมาบ่ายเบี่ยง ไม่ย่อมนำผลไม้ที่ดี ๆ มาให้เรา กลับเอาแต่ของเสีย ๆ มาให้เรา เราซิที่เอากุ้ง หอบ ปู

ปลาที่สด ๆ ไปให้เพื่อนเสมอ เจ้าเอาเปรียบข้ามาโดยตลอด จงตายเสียเถิด ลิงไม่รักษาสัตย์ จระเข้ว่าลิงเข้าให้

                             ช่วยฉันด้วย ฉันจะตายอยู่แล้ว ฉันสำนึกผิดแล้ว ต่อไปฉันจะไม่ทำอีกแล้ว ที่ผ่านมานั้น ฉันขอโทษ

โปรดยกโทษให้ฉันด้วยเถิด ไว้ชีวิตฉันซักครั้ง      ลิงอ้อนวอนด้วยความสำนึกผิด ที่ตนได้ทำนิสัยไม่ดีไว้ เมื่อจระเข้ เห็น

ว่าลิงได้สำนึกผิดแล้วจระเข้ก็พยุงตัวให้ลอยขึ้นเหนือน้ำ เพื่อให้ลิงได้เกาะหลังของตนเอง รอดจากการจมน้ำตายไปได้ และ

พาลิงกลับเข้าสู่ฝังตามเดิมตั้งแต่นั้นมา ลิงจึงกลัวจระเข้มาก และเลิกนิสัยเห็นแก่ตัวตั้งแต่นั้นมา กลับกลายเป็นลิงที่มีนิสัยดี

ไม่เอาเปรียบจระเข้อีกเลย

 

                             เอวัง ก็มีประการะฉะนี้แล..............

ประมวลภาพงานเลี้ยงโต๊ะจีนลิง

                                                         ประมวลภาพงานเลี้ยงโต๊ะจีนลิง 30พ.ยปี 2557 ครั้งที่26 

      

 

              

       

      

        

ช่วยเหลือลิงเสมือนเพื่อนร่วมแผ่นดิน

 

 

                                      ช่วยเหลือลิงเสมือนเพื่อนร่วมแผ่นดิน

                             

                                                                        นายจารุพงศ์   พลเดช

                                                               ประธานมูลนิธิเพื่อลิงลพบุรี

                มีคนสอบถามผมหลายครั้งหลายหนว่า ทำไมจึงสนใจที่จะช่วยเหลือแต่ลิงลพบุรีอย่างเดียว  งานอื่นๆที่เป็นประโยชน์

แก่บ้านเมืองยังมีอีกหลายอย่าง  หลายฝ่ายก็เร่งรัดให้ผมเข้าไปช่วยทำ ทำไมไม่สนใจทำ

                ผมก็ถามตัวเองเหมือนกันว่าทำไม  ในชีวิตของผมได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับลพบุรีมา สองครั้งไม่ว่าจะเป็นโชคชะตาหรือ

พรหมลิขิต  ครั้งแรกได้มีโอกาสไปรับราชการเป็นปลัดอำเภอฝ่ายปกครองและพัฒนาอำเภอโคกสำโรงเพียง สาม เดือนก่อนไป

เป็นนายอำเภอคลองหาดจังหวัดสระแก้ว และครั้งที่สองได้มีโอกาสกลับมาเป็นผู้บริหารสูงสุดของจังหวัดในฐานะผู้ว่าราชการ

จังหวัดเป็นเวลาถึง สอง ปี ตลอดระยะเวลาที่อยู่ลพบุรีก็ได้พยายามที่จะสร้างความสมดุลและความสงบสุขให้แก่ลพบุรีอย่าง

สุดความสามารถซึ่งการกระทำนั้นผลตอบแทนมีทั้งชื่นชมและขมขื่นแต่ก็พยายามใช้คำขวัญที่ว่ามุ่งมั่น สร้างสรร  ร่วมกันพัฒนา

เป็นสำคัญแต่การเป็นนักปกครองใช่ว่าจะสร้างความรักแก่ทุกคน  คนที่เสียผลประโยชน์ก็เกลียดก็โกรธเป็นธรรมดา แต่หากส่วนใหญ่

ได้รับประโยชน์นักปกครองก็ต้องแบกภาระนั้นไป

 

                สำหรับลิงลพบุรี สมัยที่ผมรับราชการมีเรื่องราวมากมายที่ต้องเข้าไปแก้ปัญหาและมีความผูกพันกันมา เพื่อนผมคนหนึ่งที่

เข้ามาช่วยเหลืองานมูลนิธิเพื่อลิงลพบุรี  คุณธวัชชัย  โสตเนียม อดีตนายอำเภอเมืองลพบุรีเคยบอกผมว่า  ......ไม่มีใครรู้ว่าคนหรือลิง

อาศัยอยู่ในแผ่นดินนี้มาก่อนกัน....... ดังนั้นเราควรช่วยเหลือลิงเสมือนเป็นเพื่อนร่วมแผ่นดินจะดีกว่า และเสนอเป็นคำขวัญของมูลนิธิ

เพื่อลิงลพบุรีว่า ......ช่วยเหลือลิงเสมือนเพื่อนร่วมแผ่นดิน.....จะดีไหม    ท่านคิดว่าอย่างไร  แสดงความคิดเห็นได้นะครับหรือจำเป็น

ต้องประกวดคำขวัญด้วย  เชิญแสดงความคิดเห็นครับ..............

ชีวิตจริงลิงกับลา

                                                                                                                    นายจารุพงศ์   พลเดช

                                                                                                                                                                                                                                                                                                       ประธานมูลนิธิเพื่อลิงลพบุรี

 

                                        ชีวิตจริงลิงกับลาเป็นนิทานปรัมปราที่เล่าสู่กันฟังมาเป็นเวลานานนมกาเลแล้ว เป็นเครื่องเตือนใจ

ผู้คนมาในทุกยุคทุกสมัย.......สหายเอ๋ย...หากท่านปรารถนาที่จะฟัง จงนั่งลงแล้วลองสดับตรับฟังเถิด......นานกาเลมาแล้ว

มีเมืองเมืองหนึ่งมีความเจริญเป็นอันมาก มีผู้คนอาศัยอยู่กันอย่างหนาแน่น มากหน้าหลายตา ยิ่งคนมากเท่าใด แต่ละคนก็มี

นิสัยแตกต่างกันออกไป พฤติกรรมที่แสดงออกมาก็แตกต่างกัน บางคนซื่อตรง บางคนคดโกง บางคนเจ้าเลห์ไม่ได้กลก็เล่น

ด้วยมนต์คาถา..ขอให้ได้มาซึ่งอำนาจบารมี โดยไม่คำนึงถึงบาปบุญคุณโทษ แถมยังใช้อารมณ์ของตนเป็นหลักการตัดสินใจ

แต่อย่างไรก็ตามก็ไม่พ้นบ่วงของกรรมไปได้....อย่างที่เขาเล่าว่า คนเรานั้นย่อมเป็นไปตามกรรม กรรมเป็นกำเนิด และต้อง

ได้รับผลของกรรมในที่สุด....อนิจัง วัตสังขารา... 

                         มาเริ่มเรื่องเสียที...ในเมืองนี้มีหญิงสาวคนหนึ่งอาศัยอยู่ตัวคนเดียวในกระท่อมชายทุ่ง ด้วยความเหงา

จึงได้หาสัตว์เลี้ยงมาเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนสองตัวด้วยกัน คือ ลิงกับลา วันหนึ่งหญิงสาวต้องออกจากกระท่อมไปทำธุระของตนในเมือง

ก่อนออกจากบ้านเธอได้นำเชือกมาผูกคอลิงและมัดขาของลาไว้ทั้งสองข้าง เพื่อป้องกันมิให้สัตว์ทั้งสองเดินย่ำไปย่ำมาในกระท่อม

ของเธอ อันอาจจะทำให้ข้าวของเธอเสียหายได้ ทันทีที่หญิงสาวออกไปจากกระท่อม ลิงซึ่งมีความฉลาดและแสนซน ก็ค่อยคลาย

ปมเชือกออกจากคอของมัน และยังซุกซนไปแก้เชือกที่มัดขาให้กับลาอีกด้วย หลังจากนั้นลิงก็กระโดดโลดเต้นไปในกระท่อม

ทำลายทุกอย่างแม้กระทั้งเสื้อผ้าของหญิงสาว จนเสียหายเกือบหมดทั้งหลัง ขณะที่ลาก็ได้แต่ยืนมองการกระทำของลิงอยู่เฉยๆ

สักครู่เมื่อหญิงสาวกลับมา ลิงมองเห็นแต่ไกล ก็รีบเอาเชือกมาผูกคอตนไว้อย่างเดิมและอยู่อย่างสงบเสงี่ยม ฝ่ายหญิงสาวเมื่อมา

ถึงกระท่อม เห็นกระท่อมถูกทำลาย ก็หันไปมองลิงกับลา เพื่อดูว่าใครเป็นคนก่อเรื่อง เห็นว่าลิงไม่มีเชือกผูกดังเดิม เธอก็คิดว่าลา

เป็นคนก่อเรื่องจึงเอาท่อนไม้ทุบตีลาจนลานั้นสิ้นใจตายไปโดยไม่สามารถทำอะไรได้                                                                                                                    

                                          เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า น่าสงสารเจ้าลาที่ไม่ได้ทำผิดอะไรเลยแต่ต้องกลับมาตายเพราะความผิดของ

ลิงที่เป็นตัวต้นเหตุ หากมองให้ลึกลงไปก็ต้องมองที่ตัวหญิงสาวนั้น หากเธอใช้ความตั้งใจสังเกตซักนิด คิดตรองดูซักหน่อย..ก็จะพบว่า

ลาไม่มีปัญญาแก้เชือกได้อย่างแน่นอน และไม่มีนิสัยรื้อทำลายข้าวของ และหากสังเกตเพิ่มอีกนิดจะพบว่า ร่องรอยความเสียหายนั้น

จะเกิดจากฟันของลิงและมีรอยเท้าของลิงเต็มไปหมด เธอจะไม่พบรอยเท้าของลาเลยแม้แต่นิดเดียว  ดังนั้นการเป็นผู้นำคนนั้น

ต้องเป็นผู้นำที่ดี มีความรอบคอบ อย่าติดยึดกับความสบายรอแต่รับรายงาน ควรอกไปหาความจริงในพื้นที่เพื่อจะได้ทราบข้อเท็จจริง

ที่เป็นจริงแล้วค่อยตัดสินใจ ก็ยังไม่สายจนเกินไป เหมือนกับการควบคุมการกระทำของลิงให้อยู่กับร่องกับรอย มิฉะนั้นบ้านเมืองก็

จะปราศจากความสงบสุขร่มเย็น....นี้แหละครับ..ชีวิตจริงลิงกับลา.........