หน้าหลัก

อยากให้คนไทยรักกันเหมือนคนลพบุรี

 

อยากให้คนไทยรักกันเหมือนคนลพบุรี

 

                                                                                    นายจารุพงศ์   พลเดช                                                    ประธานมูลนิธิเพื่อลิงลพบุรี

          หลายท่านที่เห็นข้อความนี้  ก็คงหมั่นใส้บ้างตามสมควร ก็ต้องขออภัย แต่ที่ผมกล่าวมานั้นเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ตรงของผม และมิได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่เกิดขึ้นหลายครั้งและผมคิดว่าในอนาคตก็คงจะพบเห็นอีกเป็นแน่

          ผมเองไม่ใช่คนลพบุรีโดยกำเนิด  (ผมเกิดที่จังหวัดลำพูน  ) แต่มีโอกาสได้ไปอยู่ที่ลพบุรีในระยะเวลาอันสั้นๆเพียง  2  ปี แต่ก็มีความผูกพันกันไม่น้อย  เป็นธรรมดาอยู่เองที่จะทำให้คนรักทั้งหมดนั้นก็คงอยากดังคำกล่าวที่ว่า.........คนรักเท่าผืนหนัง  คนชังเท่าผืนเสื่อ...........ยิ่งไปทำหน้าที่ทางด้านการปกครองให้คนส่วนใหญ่อยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข  ก็ยิ่งทำให้คนรักได้ยาก

          ในปี  พ.ศ  2552  ผมออกจากลพบุรีพร้อมกับรถยนต์คันหนึ่ง ที่ กบข.เขาให้เงินมาซื้อเป็นรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์สีขาว คาดสีแสดรอบคัน ได้ทะเบียนเลขที่  ลพบุรี  กง.  59  ใช้มาถึงปัจจุบันก็เกือบ  6  ปีแล้วจะไปไหนมาไหนก็ใช้รถคันนี้โดยตลอด เหตุการณ์ที่ผมอยากเล่าก็คือ  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสดๆร้อนเมื่อวันที่  5  มิถุนายน  2558นี่เอง  ผมขับรถลงมากรุงเทพมหานครเพื่อร่วมงานกุศลศพบิดาท่านนายอำเภอธวัชชัย  โสตเนียมอดีตนายอำเภอเมืองลพบุรีที่วัดพระศรีมหาธาตุบางเขน  ในระหว่างทางก็พบรถยนต์คันหนึ่ง ขับตามมาอย่างกระชั้นชิดด้วยความเร็วและตามมาเป็นเวลานาน เมื่อมีโอกาสก็ไม่แซงไปซะที  ผมเห็นท่าไม่ดีเลยแวะเข้าปั๊มแต่ปรากฏว่าเขาก็ขับตามมาจอดข้างๆเมื่อลงไปจากรถเขาก็เดินมาหาด้วยท่าทางยิ้มแย้มแจ่มใสแล้วทักว่าไปไหนมาครับ  ผมก็คนลพบุรีมาตรวจงานแล้วเลยมาส่งลูกครับ”  ทั้งๆที่ไม่เคนรู้จักกันมาก่อนเพียงเห็นรถทะเบียน  ลพบุรี เท่านั้นก็เข้ามาทักทายสนิทเหมือนญาติ

          อีกครั้งหนึ่ง ผมไปทำบุญที่วัดเจ็ดยอดในตัวเมืองเชียงใหม่  พอจอดรถเสร็จก็มีแม่ค้าคนหนึ่งเดินเข้ามาหาพร้อมกับยื่นดอกไม้ให้แล้วว่า  “  ฉันเป็นคนลพบุรีจ้า  คนบ้านหมี่  มาอยู่นี่นานแล้วดีใจที่ได้เจอคนบ้านเดียวกัน

        อีกครั้งหนึ่งที่น่าตื่นเต้นมาก  ผมขับรถไปตามถนนในตัวเมืองเชียงใหม่  ถูกตำรวจนายหนึ่งเรียกให้จอดแล้วเดินเข้ามาหาด้วยท่าทางขึงขัง  ผมเองก็นึกในใจว่าตัวเองทำผิดอะไรหนอ เขาก็เข้ามาคำนับแล้วก็พูดว่า  “  พ่อผมเป็นคนลพบุรี  อยู่ที่เขาพระงามครับ ดีใจจังเลยที่เจอคนลพบุรี  คิดถึงพ่อครับ ทั้งๆที่เขาไม่รู้ว่าผมเป็นใครไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

 

          ผมอยากให้คนไทยรักกันเหมือนคนลพบุรีครับ.............

คณะกรรมการบริหารมูลนิธิชุดใหม่

 

คณะกรรมการบริหารมูลนิธิชุดใหม่

                                                                                         นายจารุพงศ์   พลเดช

                                                                                         ประธานมูลนิธิเพื่อลิงลพบุรี

          ด้วยมูลนิธิเพื่อลิงลพบุรีได้ดำเนินการบริหารมูลนิธิตามข้อบังคับของมูลนิธิเพื่อลิงลพบุรีมาเป็นเวลา

  4  ปีเศษแล้วซึ่งข้อบังคับหมวดที่  5  ว่าด้วยการดำเนินงานของมูลนิธิในข้อ  12  ได้กำหนดให้กรรมการมูลนิธิ

อยู่ในตำแหน่งคราวละ  4  ปี นับตั้งแต่วันที่  31  สิงหาคม  พ.ศ  2552  เดิมนั้นมีกรรมการมูลนิธิเพื่อลิงลพบุรี

อยู่จำนวน  21  ท่าน เมื่อครบวาระตามข้อบังคับ ได้มีการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิเพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะ

กรรมการบริหารมูลนิธิชุดใหม่  โดยคณะกรรมการได้มีมติร่วมกันที่จะเสนอให้นายทะเบียนจังหวัดลพบุรี 

(ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีเป็นนายทะเบียน  ) ลงนามแต่งตั้ง  ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ 

          โดยมีรายชื่อคณะกรรมการชุดใหม่ดังต่อไปนี้

            1.นายจารุพงศ์             พลเดช                          ประธานกรรมการมูลนิธิ

            2.นายธวัชชัย               โสตเนียม                     รองประธานกรรมการมูลนิธิ

            3.นายโรจน์                  ตุลยากร                      กรรมการ

            4.พ.ท.วิรัตน์                 ภู่เพียงใจ                     กรรมการ

            5.นายคูณ                    อินทรพานิช                  กรรมการ

            6.พ.ท.สง่า                   ประสิทธิ์ศาสตร์             กรรมการ

            7.นายเดชา                  ปั้นสะอาด                    กรรมการ

            8.นายศิริชัย                 อัมพร                          กรรมการ

            9.นางสาวระวีวรรณ     มีแพง                            กรรมการ

            10.พ.อ.ณรงค์              จันทร์สืบสาย                 กรรมการ

            11.นายสมมาต            ประพาฬวงค์                  กรรมการ

            12.นายสำเริง              เอี่ยมสะอาด                  กรรมการ

            13.นายสิทธิชัย            พฤกษ์พงศ์พันธุ์              กรรมการ        

            14.นางวรรณภา          สายหัสดี                        กรรมการ        

            15.นายสุวัฒน์             แสนทวี                        กรรมการและเหรัญญิก

            16.นายชาญวุฒิ          เจิมจำรูญ                      กรรมการและผู้ช่วยเหรัญญิก

            17.นายมนัส                วิมุกติพันธ์                   กรรมการและเลขาธิการ

            18.นางเยาวภา            เดชฤดี                         กรรมการและผู้ช่วยเลขาธิการ

พระนางเจ้าจามเทวีกับจังหวัดลพบุรี

                          

พระนางเจ้าจามเทวีกับจังหวัดลพบุรี

                                                                            นายจารุพงศ์    พลเดช                                                                              ประธานมูลนิธิเพื่อลิงลพบุรี

          มีหลายท่านได้สอบถามกับผมถึงความสัมพันธ์ระหว่างพระนางเจ้าจามเทวีกับจังหวัดลพบุรี

นั้นว่ามีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร หากจะตอบท่านว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อพันสามร้อยแปดสิบสองปี

ที่ผ่านมาผมจะทราบได้อย่างไร คนก็จะหาว่าผมเป็นคนแก่ที่ไม่เอาไหน ผมเลยไปค้นคว้ามาแล้วทราบ

ว่า ชาติภูมิ

          ชาติกำเนิดของพระนางเจ้าจามเทวีนั้นในตำนาน  จามเทวีวงค์และตำนาน  มูลศาสนาได้กล่าวไว้ว่า ทรงเป็นพระราชธิดาของกษัตริย์แห่งกรุงละโว้ ( จังหวัดลพบุรีในปัจจุบัน ) แต่ตำนานมุขปาฐะพื้นบ้านกล่าวไว้ว่า พระนางเป็นธิดาของคหบดีชาวหริภูญชัย ( จังหวัดลำพูนในปัจจุบัน ) เชื้อสายชาวเมง แล้วยังเล่าอีกว่าเมื่อพระนางมีพระชนม์ชีพ ได้ 3  เดือนมีนกยักษ์มาโฉบเอาพระนางขึ้นไปบนฟ้า แล้วพาบินผ่านหน้าสุเทวะฤาษีซึ่งบำเพ็ญตบะอยู่ที่เขาอุจฉุตบรรพต ( แปลว่าเขาไร่อ้อย เชื่อว่าคือดอย สุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ในปัจจุบัน ) ท่านเลยแผ่เมตตาจิตให้นกปล่อยทารกน้อยลงมาแล้วรับเด็กนั่นเป็นบุตรบุญธรรม พร้อมกับตั้งชื่อให้ว่า นางวี โดยถือนิมิตที่พระฤาษีใช้พัด (ภาษาท้องถิ่นเรียกว่า วี  ) รอบรับพระนาง

          พอเติบใหญ่ได้  13  พรรษาพระฤาษีได้ตรวจดวงชะตาของพระนางพบว่า พระนางมีวาสนาเป็นถึงจอมกษัตริย์  ปกครองบ้านเมืองในอนาคต จึงควรหาที่เหมาะสมให้พระนาง ที่เหมาะสมในสายตาพระฤาษี ก็คือ ราชสำนักแห่งกรุงละโว้  (จังหวัดลพบุรีในปัจจุบัน )  ซึ่งเป็นสำนักที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดแห่งหนึ่งในสุวรรณภูมิเวลานั้น  จึงได้เนรมิตแพขึ้นส่งพระนางลงมากรุงละโว้ตามลำน้ำจากทางเหนือโดยมีพญากากะวานรพร้อมบริวารจำนวน  35  ตัวโดยสารแพมาด้วย  เมื่อแพมาถึงกรุงละโว้  แพนั้นก็หยุดลอยอยู่หน้าท่าน้ำวัดชัยมงคล  ไม่มีผู้ไดจะชะลอแพเข้าฝั่งได้ร้อนถึงพระเจ้าจักวัติผู้ครองกรุงละโว้ ต้องมาทอดพระเนตรด้วยพระองค์เองและพระมเหสีแล้วทั้งสองพระองค์ก็ทรงชะลอแพเข้าฝั่งด้วยพระองค์เองเป็นที่น่าอัศจรรย์  แล้วทรงรับเอาพระนางเป็นพระราชธิดาให้ทรงพระนามว่า ...เจ้าหญิงจามเทวี  ศรีสุริยวงค์  บรมราชขัติยนารี รัตนกัญญา ลวะบุรีราเมศวร....และประกอบพิธีอภิเษกในวันอาทิตย์ขึ้น  15  ค่ำเดือน  3  ปีมะเมีย พุทธศักราช  1190  และได้ทรงถวายสัตย์ปฏิญานเป็นปฐมว่า.........ข้าฯ   ขอกล่าวต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันพิทักษ์รักษากรุงละโว้ว่า...ข้าฯ   จะเป็นมิตรที่ดีต่อท่านทั้งหลาย   จะขอปกปักษ์พิทักษ์รักษาอาณาจักรละโว้ด้วยชีวิต  จะปฏิบัติทุกทางที่จะยังความสุข ให้ทั่วราชอาณาจักรแห่งนี้....

          นี่คือชาติภูมิเบื้องต้นที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่าพระนางเจ้าจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภูญชัย ( จังหวัดลำพูน ) กับกรุงลวะปุระ  (กรุงละโว้  จังหวัดลพบุรี ) ครับ  ผมขอยุติไว้เพียงเท่านี้ แล้วจะเล่าต่อในตอนต่อไป  โปรดติดตาม

รายชื่อผู้บริจาคล่าสุด 28/5/58

                                               ขอขอบคุณ

1. คุณ ไชยโรจน์ แพราะสนัด บริษัทซาบริก อินโนเวทิฟ จำกัด(ประเทศไทย) 

64/22 หมู่ 4 ต.ปลวกแดง อ.ปลวกแดง จ.ระยอง 211140

  บริจาค 6000  บาท เช่ารูปปั่นพ่อพระกาฬ จำนวน 1 องค์

 

2.นางประภา โลมะพิเศษย์  วิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต 83000

   บริจาคค่าอาหารลิง 1000 บาท